9 ภาษี หัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย หัก ยังไง?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

คำ ถามนึงที่พบบ่อยมากๆ ตอนที่ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาบัญชีภาษีให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจก็คือเรื่อง “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย”
หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” แล้ว “หัก ณ ที่จ่าย” นี่มันหักกันยังไงละ? ทำไมต้องหัก? แล้วหักยังไง? เท่าไหร่? วันนี้จะได้รู้กันครับ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก็คือ “เงิน” ที่ผู้จ่ายเงิน “หัก” ไว้ก่อนที่จะจ่ายให้กับผู้รับเงิน แล้วเอาเงินนั้นไปให้กับรัฐ นั่นทำให้
ผู้รับเงินไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนครับ แต่จะได้เงินบวกกระดาษแผ่นนึงที่เรียกว่า “หนังสือรับรองหีก ณ ที่จ่าย”
ส่วนผู้จ่ายเงินยังต้องจ่ายเต็มนะครับ เพียงแต่จ่ายให้กับผู้รับเงินโดยตรงส่วนนึง แล้วให้สรรพากรอีกส่วนนึง

แล้วภาษี หัก ณ ที่จ่ายเค้ามีไว้ทำไมกัน?

ตาม หลักการณ์อันสวยหรูของสรรพากรเค้าบอกไว้ว่า เพื่อลดภาระผู้เสียภาษี ไม่ต้องเสียภาษีเยอะๆทีเดียวตอนปลายปีครับ แต่ว่าถ้ามองในอีกแง่คือเค้ากลัวเราเบี้ยวเงินภาษีเงินได้ปลายปีมากกว่า กลัวไม่มีตังจ่าย ก็เลยทยอยๆรับเงินไว้เลย ตอนที่เราได้รับเงินนั้นเอง

ใครต้องหัก ณ ที่จ่าย แล้วนำส่งสรรพากรล่ะ?

หลายคนอาจจะคิดว่าเฉพาะบริษัท หรือนิติบุคคลเท่านั้นที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่จริงๆไม่ใช่นะครับ ใครจะหัก ณ ที่จ่ายนั้นขึ้นอยู่กับประเภทรายการที่คุณจ่ายครับ นั่นคือคุณจ่ายค่าอะไร เช่น ถ้าคุณจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ดังนั้นแม้ว่าคุณจะเป็นบุคคลธรรมดา เช่น เปิดร้านแต่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล มีพนักงาน จ้างคนมาเฝ้าร้าน คุณก็ต้องหัก ณ ที่จ่ายค่าจ้างนั้น แล้วนำส่งสรรพากรด้วยนะครับ ถ้าเข้าเกณฑ์ที่ต้องหัก
สรุป ผู้ที่จะต้องหัก ณ ที่จ่ายเป็นได้ตั้งแต่ผู้จ่ายเงินที่เป็น ตาสีตาสา ผู้ประกอบการทั่วไป บริษัทห้างร้าน สมาคม จนถึงองค์กรของรัฐ ขึ้นอยู่กับจ่ายเป็นค่าอะไร และผู้ที่ถูกหัก นั้นต้องเสียภาษีหรือไม่

ใครถูกหัก?

“ผู้ที่ต้องเสียภาษีทุกคนต้องถูกหัก”ครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล
อีกนัยนึงก็คือ ถ้าคุณไม่เข้าข่ายที่จะต้องเสียภาษี ก็ไม่จำเป็นต้องถูกหักครับ บอกคู่ค้า หรือผู้ที่จ่ายเงินให้คุณด้วยถ้าเค้าไม่รู้ หรือถ้าคุณถูกหักไว้แล้วก็ขอคืนได้ เช่น ประกอบธุรกิจที่ได้ BOI หรือ มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี พวกนี้ไม่ต้องเสียภาษี ก็ไม่ต้องถูก หัก ณ ที่จ่ายครับ

สำหรับผู้ประกอบการคุณจะมีโอกาสเป็นทั้งคนที่ไปหัก เค้า หรือคนที่ถูกเค้าหัก ทั้ง 2 กรณี มาดูกันว่าค่าอะไรต้องหักเท่าไหร่กันบ้าง ผมจะยกตัวอย่างมาเฉพาะที่เจอบ่อยๆในการทำธุรกิจปกตินะครับ รายการแปลกๆไปดูเพิ่มเติมได้ที่ กรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา กรณีผู้รับเป็นนิติบุคคล

ต้องหัก เมื่อไหร่?

เมื่อ จ่ายเงินที่เกิน 1,000 บาทครับ ในคราวเดียว หรือหลายคราวรวมกันก็แล้วแต่ เช่นถ้าคุณแบ่งจ่ายบริการมูลค่า 1,200 บาท 2 ครั้ง ครั้งละ 600 บาท คุณต้องหักไว้ทั้ง 2 ครั้งด้วย แม้แต่ละครั้งจะไม่เกิน 1,000 บาท

รายการอะไรบ้างที่เราต้องหัก และนำส่ง?

เมื่อจ่ายให้บุคคลธรรมดา

1. เงินเดือน ค่าจ้าง (เงินได้ประเภทที่ 1)

อันนี้ชัดเจนครับ ถ้าคุณจ่ายเงินให้พนักงาน หรือคนที่จ้างทำงานให้ อันนี้ให้หัก ณ ที่จ่ายไว้ด้วยนะครับ
ต้องหัก เท่าไหร่: ต้องคำนวณเงินได้ทั้งปี หักค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วหักตามอัตราก้าวหน้า เหมือนกับคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ เป็นไปได้ตั้งแต่ 0 คือไม่หักเลย หรือเป็นเท่าไหร่ก็แล้วแค่คำนวณครับ วิธีการคำนวนแนะนำให้ถามนักบัญชี หรือฝ่ายบุคคลดูนะครับ หรือถ้ามีเวลาจะเขียนการคำนวณในอีกบทความต่อไป
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.1
ต้องนำส่งสรรพากรภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: ผู้จ่ายทุกคน บุคคลธรรมดาก็ต้องหัก

2. จ้างทำงานให้ (เงินได้ประเภทที่ 2)

ถ้า คุณจ่ายเงินให้บุคคลธรรมดา ที่เค้ารับทำอะไรบางอย่างให้ เช่นเป็นนายหน้าขายของ ได้ส่วนแบ่งค่าคอม หรือรับทำ หรือให้บริการอะไรบางอย่าง
ต้องหัก เท่าไหร่: เหมือนข้อ 1 เลยครับ
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.1
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
เพิ่มเติม: หลายคนอาจจะคิดในใจว่า รับจ้างทำงานให้ ไม่ใช่รับทำของแล้วหัก 3% หรอ?? ตรงนี้แหละครับที่เริ่มจะต้องใช้การตีความและข้อเท็จจริงบางอย่างเพื่อแบ่ง ระหว่างจ้างทำของ กับรับจ้างทำงานให้
ผู้ที่ต้องหัก: ผู้จ่่ายทุกคน บุคคลธรรมดาก็ต้องหัก

ความ แตกต่างระหว่างจ้างทำของกับรับทำงานให้นั่นแยกได้ไม่ยากมากครับ นั่นคือ จ้างทำของผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่สำคัญในการทำงานเอง ผู้จ่ายเงินไม่ได้หามาให้ อันนี้ถือเป็นการทำธุรกิจแบบนึง ในกรณีนี้หัก 3% ครับ แต่ว่าถ้าเป็นการขายของให้ หรือจ้างเป็นเซลให้ส่วนแบ่งการขาย อันนี้ให้คำนวณเหมือนเค้าเป็นพนักงานเลยครับ เพราะว่าไม่ได้เป็นการใช้อุปกรณ์อะไรเป็นการเฉพาะ

3. จ้างทำของ/จ้างรับเหมา (เงินได้ประเภทที่ 7/8)

ตาม ที่ได้อธิบายไว้ด้านบนครับ ถ้าคุณจ้างใครทำอะไรให้ แล้วเค้าต้องใช้อุปกรณ์อะไรของเค้าเอง เช่น จ้างเขียนโปรแกรม เค้าต้องไปหาคอมพิวเตอร์และโปรแกรมที่ใช้เขียนเอง อันนี้ก็ถือเป็นการจ้างทำของ หรือถ้าคุณจ้างออกแบบให้ เค้าต้องไปหาคอมพ์และโปรแกรมออกแบบเองอันนี้ก็ถือเป็นการจ้างทำของ แต่ถ้าคุณมีอุปกรณ์อะไรให้ครบครั้น แล้วให้เค้าออกแบบให้เฉยๆ อันนี้ถือว่าเป็นการจ้างทำงานให้ (เงินได้ประเภทที่ 2) ฟังดูไม่ยากใช้มั้ยครับ? แบ่งง่ายๆว่าใครให้ใช้อุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงานนั้นๆให้สำเร็จ
ต้องหัก เท่าไหร่: 3%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.3
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

4. จ้างบริการวิชาชีพอิสระ (เงินได้ประเภทที่ 6)

คุณอาจจะต้องจ้างผู้สอบบัญชี หรือทนายความบ้างในการทำธุรกิจ หรืออาจจะมีจ้าง
ต้องหัก เท่าไหร่: 3%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.3
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

5. ค่าเช่า (เงินได้ประเภทที่ 5)

ถ้าคุณเช่าออฟฟิศจากบุคคลธรรมดา คุณต้องไม่ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยนะครับ
ต้องหัก เท่าไหร่: 5%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.3
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
เพิ่มเติม: คุณอาจจะเคยเจอว่าผู้ให้เช่าเค้าจะรับเงินเต็มๆไม่ให้หัก ณ ที่จ่าย!! อันนี้เป็นเรื่องน่าลำบากใจมากครับ คุณมี 3 ตัวเลือกที่จะทำ
1) คุณเป็นผู้ออกภาษีแทนให้ แล้วนำส่งแบบตามปกติต่อไป แต่ก็เหมือนกับค่าเช่าคุณแพงขึ้นไปอีกประมาณ 5% แต่ธุรกิจคุณจะปลอดภัยจากค่าปรับภาษี และไร้จุดอ่อนไม่ให้สรรพากรโจมตีได้
2) หาที่เช่าใหม่ นี่มันไม่ถูกต้อง!! ชั้นไม่ออกภาษีให้หรอก!
3) นิ่งๆ ไม่หักก็ไม่หัก เงียบๆไว้
จะเลือกทางไหนก็แล้วแต่คุณแล้วกันครับ

เมื่อจ่ายให้นิติบุคคล

6. จ้างทำของ/จ้างรับเหมา/บริการต่างๆ (เงินได้ประเภทที่ 7/8)

อันนี้เป็นกรณี่เกิดขึ้นบ่อยสุดแล้วครับ คือหัก ณ ที่จ่ายสำหรับบริการธุรกิจต่างๆ หัก 3% ใช้กันจนจะลืมว่ามีอัตราอื่นๆกันแล้ว
ต้องหัก เท่าไหร่: 3%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.53
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

7. ค่าเช่า (เงินได้ประเภทที่ 5)

ถ้าคุณเช่าออฟฟิศจากนิติบุคคล อันนี้ก็เหมือนๆกับเช่าจากบุคคลธรรมดาแหละครับ ต่างกันแค่แบบ
ต้องหัก เท่าไหร่: 5%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.53
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

8. ค่าโฆษณา (เงินได้ประเภทที่ 8)

ถ้าคุณจ้างบริษัทโฆษณาต่างๆให้โฆษณาให้ คุณต้องหัก ณ ที่จ่ายดัวยนะครับ แต่อัตราอาจจะแปลกๆกว่าอันอื่นๆหน่อย
ต้องหัก เท่าไหร่: 2%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.53
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

9. ค่าขนส่ง (เงินได้ประเภทที่ 8)

ถ้า คุณจ้างบริษัทขนส่งไม่สาธารณะ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการขนส่ง หัก ณ ที่จ่ายแค่ร้อยละ 1 นะครับ อย่าหัก 3% เด๋วของคุณจะไปไม่ถึงปลายทาง
ต้องหัก เท่าไหร่: 1%
แบบภาษีที่ต้องใช้นำส่ง: ภ.ง.ด.53
ต้องนำส่งภายใน: วันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์ ถ้าติดวันหยุดก็เป็นวันทำการถัดไป
ผู้ที่ต้องหัก: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เขียนโดย ภีม เพชรเกตุ

ผู้ ก่อตั้งและผู้บริหารของ Puun Intelligent Co.,Ltd. เป็น startup ด้านบัญชี/การเงินภายใต้โครงการ True Incube ในกลุ่ม ทรู คอร์เปอเรชั่น, ชนะเลิศโครงการ Angel in the City 2014 ขององค์การส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ, Microsoft BizSpark Plus Partner, และได้รับทุนสนับสนุนการพัฒนาจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ,

ประวัติ ผู้เขียน: บัญชีธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง, MBA-Entrepreneurship มหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น (นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น), อดีตนักเรียนวิจัยด้านการการจัดการผู้ประกอบการ Entrepreneurial Management มหาวิทยาลัยชูโอะ ประเทศญี่ปุ่น, อดีตนักวิเคราะห์การเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ที่ปรึกษาด้านบัญชี ภาษีและธุรกิจให้กับ SMEs

 

ที่มา https://peakengine.com/2015/08/9-ภาษี-หัก-ณ-ที่จ่ายที่พบบ/

Related Posts

Add Comment