เคล็ดไม่ลับ..วิธีง่ายๆแก้เผ็ด

อาหารไทยนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดจิ๊ดชนิดไฟออกปากด้วย เพราะคนไทยสมัยก่อนนิยมรับประทานอาหารรสเผ็ด ทำให้เมนูอาหารไทยส่วนใหญ่มักมีพริกเป็นส่วนประกอบ และพริกขี้หนูของไทยก็เป็นพริกยอดนิยม ที่มีความเผ็ดระดับรุนแรง ติดอันดับต้น ๆ ของโลก

ส้มตำเผ็ดอาหารรสจัด

ความเผ็ดที่เกิดขึ้นจากพริกนั้น มาจากสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “แคปไซซิน” (capsaicin) เป็นสารที่จะทำให้เกิดความรู้สึกแสบร้อนในช่องปาก ทั้งนี้เมื่อเกิดอาการเผ็ดคนส่วนมากนิยมดื่มน้ำเย็นเพื่อลดอาการเผ็ด ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดเพราะน้ำเย็นนอกจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้น ยังเป็นการกระจายความเผ็ดไปทั่วปากด้วย

การที่คนไทยชอบรับประทานอาหารรสเผ็ด ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรับประทานเผ็ดได้ เพราะในปัจจุบันการบริโภคอาหารของคนไทยเปลี่ยนไปมาก เพราะนิยมรับประทานอาหารง่าย ๆ สไตล์ตะวันตกกันมากขึ้น คนจำนวนมากจึงไม่สามารถรับประทานเผ็ดได้ หรือรับประทานได้ไม่มาก การรับประทานอาหารเผ็ดเข้าไปจึงถือเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นหากรับประทานเผ็ดมากเกินไปจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช้วยแก้อาการเผ็ดอย่างได้ผลจริง “เดลินิวส์ออนไลน์” แนะนำ 5 อาหารลดอาการเผ็ด

นมสดเย็น
เป็นวิธีที่ดีที่สุดของการลดอาการเผ็ด โดยการอมไว้สักครู่ หากยังไม่หายให้ดื่มต่อไปเรื่อย ๆ ไม่นานความเผ็ดในช่องปากและลิ้นจะหายไป เนื่องจากนมมีสารคาเซอิน ซึ่งช่วยในการดับความเผ็ดร้อนของพริกได้ นอกจากนมแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนม เช่นไอศครีม โยเกิร์ต หรือชีส ก็สามารถรับประทานแก้อาการเผ็ดได้เช่นกัน

ขนมปัง
ลดอาการเผ็ดได้โดยการรับประทานข้าวหรือขนมปังตามเข้าไปเยอะ ๆ หลังรับประทานอาหารเผ็ด เพราะความหวานจากแป้งในข้าวหรือขนมปังจะช่วยดูดสารแคปไซซินออกไป ทำให้มีการปรับสภาพความเผ็ดร้อนในปากให้เป็นปกติ นอกจากนี้ยังสามารถอมลูกอมตามไปได้ ถือเป็นการรับประทานหวานเพื่อลดอาการเผ็ด

น้ำมะนาว
สามารถลดอาการเผ็ดได้ดี เพราะกรดในน้ำผลไม้ทั้งสองอย่าง จะไปทำปฏิกิริยากับสารแคปไซซินซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้ความเผ็ดลดลง

เกลือ
สามารถลดความเผ็ดได้โดยการอมเกลือทิ้งไว้ในปาก ขณะอมจะได้รับรสเค็มเข้ามาแทนที่ความเผ็ด และเมื่อเกลือละลายหมด ความเผ็ดในปากก็จะลดลงตามไปด้วย

น้ำมันพืช
สามารถลดอาการเผ็ดได้โดยการอมแล้วบ้วนทิ้ง อาจจะเป็นวิธีที่นิดหน่อยแต่น้ำมันสามารถลดอาการเผ็ดได้จริง เพราะสารแคปไซซินจะละลายได้ดีในน้ำมัน และไขมัน หากไม่สะดวกที่จะอมน้ำมัน สามารถเปลี่ยนเป็นการรับประทานไก่ทอด หรือหมูทอด ที่ติดน้ำมัน ก็เป็นการลดความเผ็ดลงได้เช่นกัน

แม้ว่าการรับประทานพริกจะทำให้เกิดอาการเผ็ดที่ทำให้หลายคนทรมาน แต่พริกก็มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งช่วยในการไหลเวียนของเลือด ช่วยป้องกันไม่ให้ตับสร้างคอเลสเทอรอลที่ไม่ดี นอกจากนี้ พริกยังถูกนำไปเป็นส่วนประกอบของยาชนิดต่าง ๆ เช่น ยาช่วยเจริญอาหาร ยาขับลม ยาแก้ปวดท้อง เพื่อกระตุ้นให้มีการหลั่งของเอนไซม์ ตลอดจนการบีบและคลายตัวของกระเพาะอาหาร

ได้วิธีแก้เผ็ดไปหลายวิธีแล้ว คงไม่ต้องทนทรมานกับความเผ็ดกันอีกต่อไป อย่างไรก็ตามหากจะรับประทานอะไรควรคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัดจนเกินไป เพราะจะส่งผลไปถึงสุขภาพของเราในวันข้างหน้า

ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก : เดลินิวส์ออนไลน์

Related Posts

Add Comment