ฝ่าวิกฤตชีวิต “หนุ่ย นันทกานต์” สู้มะเร็งนาน10 ปี

สาวมาดแมน รักเสียงดนตรีที่พบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเมื่อปี 2545 แต่ด้วยความสู้ไม่ท้อของเธอคนนี้ ทำให้ผ่านวิกฤต พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงตัวเอง จนเธอสู้กับโรคนี้ชนะ วันนี้จะมาบอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา และพร้อมเปิดหัวใจให้เราได้รู้กันว่า ตกลงเธอมีคนดูแลหัวแล้วหรือยัง

ล่าสุด 19 กรกฏาคม 2560  นันทกานต์ ฤทธิวงศ์ (หนุ่ย)  ได้เดินทางมาเปิดใจกับอมรินทร์ ผ่านทางรายการ APOP บันเทิง 34 ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.15 น. -14.15 น.เผยว่า ช่วงปี 2545 เป็นปีที่ตน ทำงานหนักและกำลังรุ่ง เพลงได้รับกระแสที่ดีมาก มีงานตลอดทุกวัน แต่ด้วยความที่ตนเป็นคนที่ชอบสำรวจตัวเองตลอดเวลา เช็คสุขภาพโดยการคลำหน้าอกประจำ และก็พบก้อนเนื้อ ทำให้ไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลเอกชน และก็ได้เข้ารับการตรวจทำให้ผลออกมาว่าเป็น มะเร็งเต้านม ระยะที่ 4 พอได้ยินก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน จึงย้ายไปทำการรักษาที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งทำให้ต้องตรวจร่างกายใหม่อีกครั้ง และพบว่าเป็นเพียงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 2 ผลออกมาครั้งแรกผิดพลาด และก็ได้มีการพูดคุยกับคุณหมอ เรื่องการรักษา โดยให้คำแนะนำมาว่า ถ้าตนสู้ ก็สามารถหายได้ เพราะอยู่ที่ใจล้วนๆ และโอกาสการหายจากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น มีถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์

ด้วยความโชคดีของตนที่ร่างกายไม่ได้ต่อต้าน ทำให้มีการบำบัดด้วยคีโมเพียง 6 ครั้งเท่านั้น ก็มีอาการหายขาด ซึ่งคุณหมอก็ให้คำแนะนำว่า ต้องระวังในช่วง 5 ปี แต่ตอนนี้ก็ผ่านมา 15 ปีแล้ว ด้วยความที่ตนมีการไปตรวจร่างกายสม่ำเสมอ 5 ปีแรก จะเข้าไปตรวจร่างกายทุกเดือน หลังจากนั้นก็จะมีการตรวจ 3 เดือนครั้ง – 4 เดือนครั้ง จนตอนนี้เป็น 6 เดือนครั้ง ต้องยอมรับว่า ตลอดระยะเวลาการรักษาตัวนั้น ตนได้ทิ้งวงการบันเทิงไปทำการรักษา ไม่รับงาน หันหน้าเข้าธรรมะ โดยการไปเข้าวัด นั่งสมาธิ ปล่อยสัตว์ ทำอยู่แบบนี้เป็นเวลา 1 ปี และต้องเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย อาหารการกินก็ต้องดูแล การออกกำลังกายจะเล่น ทุกวันถ้ามีเวลาว่าง แต่ถ้าไม่ว่างจริงๆ จะ 3 วันต่อสัปดาห์

หนุ่ยได้เล่าอีกว่า สาเหตุโรคมะเร็ง จากได้มีการพูดคุยกับทางคุณหมอ ได้มีการบอกว่า จริงๆ เกิดจากความเครียดที่อยู่ภายในตัวเรา การนอนไม่เพียงพอ เป็นส่วนสำคัญมากๆ ด้านกำลังใจตนบอกว่า คนเราต้องให้กำลังใจตัวเองก่อน ต้องหาเหตุผลรองรับว่าต้องอยู่เพื่อใคร พ่อแม่ พี่น้อง และก็จากคนรอบข้างที่อยู่ข้างตน พร้อมทั้งยังแย้มกับทางเราอีกว่า ได้มีคนที่เป็นมากว่าเพื่อน เรียกว่าเป็นคนพิเศษให้กำลังใจ ระยะเวลาที่รู้จักกัน รวม 16 ปี ซึ่งเขาก็อยู่ในช่วงที่ตนต้องผ่านโรคร้ายด้วย

สุดท้ายอยากขอบคุณคนที่ให้กำลังและอยากบอกว่า ทุกคนไม่ควรเครียด เพราะถ้ารู้ว่าเครียดควรกำจัดออกให้เร็ว และถ้ามีคนถามว่า ผ่านเรื่องร้ายๆมาได้อย่างไร ก็สามารถบอกได้ว่า เพราะบุญที่พี่ทำ

ที่มา : amarintv

Related Posts

Add Comment