ปลัดจ่อร้องปปช. ปมค้ากาม ปูดหลักฐานผู้ว่าฯ

อ้างหั่นถ้อยคำเหยื่อสาว ผลสอบในคดีค้ามนุษย์ ‘กลุ่มสตรี’ป้องพ่อเมือง

ปลัดจอมแฉโชว์หลักฐานคำสั่งพ่อเมืองแม่ฮ่องสอนสอบคดีฉาวค้ามนุษย์ ปิดบังข้อเท็จจริง ลบเทปบันทึกคำให้การเหยื่อเตรียม ยื่นร้อง ป.ป.ช.และ บก.ปปป. พิจารณาความผิด ส่วนชาวบ้าน อ.แม่สะเรียง แชร์ว่อนนัดรวมตัวขับไล่ปลัดจอมแฉออกจากพื้นที่ ขณะที่กลุ่มผู้นำสตรีแม่ฮ่องสอนแถลงยืนยันจัดเลี้ยงต้อนรับผู้ว่าฯ ไร้แอลกอฮอล์และเด็กขายบริการ ตามที่ปลัดอำเภอแม่สะเรียงกล่าวอ้าง ส่วน “ครูบอย” นัดตำรวจเข้าพบ 15 พ.ค.นี้

คดีฉาวซื้อกามเด็กยังวุ่นกันไปทั้งเมืองแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผลต่อเนื่องสรุปดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการซื้อบริการเด็กหญิงทั้งสิ้น 15 ราย แยกเป็นคดีซื้อประเวณี 6 คดี ผู้ต้องหา 6 คน คดีรุมโทรม 1 คดี ผู้ต้องหา 3 คน และอยู่ใน ขั้นตอนติดตามรวบรวมหลักฐานอยู่ 6 คน ผู้ที่จะถูกดำเนินคดีอยู่ระหว่างรอออกหมายจับ แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย ทหาร 2 นาย ครู 1 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นอีก 4 คน ล่าสุด พ.ต.ท.มงคล ปันตี รอง ผกก.สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ช่วยราชการ รอง ผกก.อก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน เข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาพรากและพาเด็กอายุมากกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ให้การปฏิเสธพร้อมยื่นขอประกันตัวไป ขณะที่นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ถูกพาดพิงเข้าไปมีส่วนพัวพันซื้อกามเด็ก จนถูกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย ต่อมา ผบก.ปคม.ยืนยันหลักฐานสาวไม่ถึงพ่อเมืองแม่ฮ่องสอน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค. นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) และปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า นำหลักฐานหนังสือคำสั่งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงนามโดยนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ตามคำสั่งที่ 1/2560 ลงวันที่ 2 ก.พ.60 ในคำสั่งดังกล่าวมี ผวจ.แม่ฮ่องสอนเป็นประธานคณะกรรมการ การสอบสวนปัญหาการค้ามนุษย์ในพื้นที่ กระทั่งเมื่อวันที่ 22 ก.พ. คณะกรรมการนำเด็กที่เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เข้ามาให้ถ้อยคำ และสอบสวนเสร็จแล้วนำเสนอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ แต่มีการคัดชื่อและการให้ถ้อยคำเด็กออก พร้อมสอบสวนเด็กเพื่อให้ถ้อยคำใหม่เปลี่ยนไปมา ถือว่า ผวจ.แม่ฮ่องสอนทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162

นายบุญญฤทธิ์เปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่หนึ่งในคณะกรรมการแจ้งมาว่า การสอบสวนเด็กที่ตก เป็นเหยื่อได้บันทึกเทปไว้ แต่กลับอ้างเครื่องบันทึกไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ ไม่มีถ้อยคำที่สอบเด็กครั้งแรกพร้อมกับข้อความก็หายไปส่อพิรุธชัดเจน ต่อมาคณะอนุกรรมการสอบเด็กใหม่อีกครั้งซัดทอดไปยังผวจ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงเด็กก็เข้าเครื่องจับเท็จไปแล้ว แต่การที่ท่านผู้ว่าฯ ตัดข้อความการสอบสวนของคณะ อนุกรรมการออกไปในประเด็นที่เด็กให้การยืนยันว่าไปพบท่านผู้ว่าฯ เป็นความผิดชัดแจ้งแล้ว ขณะนี้เตรียมยื่นหนังสือส่งไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อสอบสวนเอาผิดต่อ ผวจ.แม่ฮ่องสอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม กลุ่มโซเซียลแชร์ข้อความของชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ว่าในวันที่ 8 พ.ค. ชาวบ้านจะนัดรวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการ อำเภอแม่สะเรียง คาดว่าจะมีชาวบ้านมากกว่า 200 คนเพื่อร่วมขับไล่นายบุญญฤทธิ์ ปลัดจอมแฉออกจากพื้นที่ ด้านนายบุญญฤทธิ์เปิดเผยว่า ทุกคนมีสิทธิ์ย่อมที่จะกระทำได้ และพร้อมน้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาในเรื่องนี้ เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตนทำเพื่อรักษาชื่อเสียงส่วนรวมของชาวจ.แม่ฮ่องสอน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งค้ามนุษย์ และใช้เป็นสถานที่เลี้ยงดูปูเสื่อข้าราชการรัฐบางหน่วยงาน

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำสั่งย้าย ผวจ.แม่ฮ่องสอนมาประจำกระทรวงมหาดไทย จากกรณีถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซื้อบริการทางเพศว่า สะท้อนให้เห็นการแต่งตั้งผู้ว่าฯที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย อ้างว่ามีการคัดสรรโดยกรรมการ 2 ชุดนั้น ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในฐานะอดีต ส.ส. ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาบุคลากรในกระทรวง ที่เป็นผู้ตรวจราชการทั้งสุภาพสตรี หรืออดีตรองผู้ว่าฯ ที่เคยถูกร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนต่อไป อยากให้การโยกย้ายยึดหลักธรรมาภิบาล ไม่ใช่ยึดหลักพรรคพวก และขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนเข้าเครื่องจับเท็จสอบสวนเหมือนกับที่ทำกับเด็กสาวด้วย เพื่อให้ความยุติธรรมต่อไป

ต่อมาเวลา 16.00 น. นางชุณพิมาน เชษฐ์เมทินี ผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จ.แม่ฮ่องสอน แถลงข่าวตอบโต้นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และเป็นประธานสมาพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทยว่า ในงานเลี้ยงต้อนรับนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน มีเพียงการนำอาหารและเครื่องดื่มมาจัดเลี้ยงต้อนรับ มีคณะที่มาส่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์ และ จ.สิงห์บุรี ในงานไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามที่นายบุญญฤทธิ์กล่าวอ้าง และผู้ที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้ว่าฯ ก็มีแต่คนใน จ.แม่ฮ่องสอนที่สามารถพูดภาษาไทยใหญ่ได้อย่างชัดเจนทุกคน ดังนั้น ขอยืนยันว่า ในงานเลี้ยงต้อนรับผู้ว่าฯ ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงาน ไม่มีการนำหญิงสาวเข้ามาในงานเพื่อซื้อขายบริการ ตามที่ปลัดอำเภอแม่สะเรียงกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ส่วนความคืบหน้าของคดีค้ามนุษย์ ตำรวจเร่งสืบหาพยานหลักฐาน เพื่อจับกุมผู้ต้องหาที่พัวพันคดีค้ามนุษย์และใช้บริการหญิงค้าประเวณี จะมีการออกหมายเรียกอีกไม่ต่ำกว่า 4-5 คน ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ส่วนนายวิทยา ภูติรักษ์ หรือครูบอย ถูกออกหมายเรียกยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน แต่ติดต่อมาว่าจะเดินทางมาพบตำรวจในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน ชายสูงวัยถ่ายรูปคู่กับเด็กหญิงสาวมีรอยสักนกฮูกที่หน้าอก เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนงานในบริษัทค้าปูนซีเมนต์สำเร็จรูปแห่งหนึ่งใน ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ตำรวจจะเรียกมาสอบสวนต่อไป

สำหรับนิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย” จาก 1,250 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-4 พ.ค. ว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยพบว่า มีค่าเฉลี่ยความรุนแรงเท่ากับ 7.37 หรือมีความรุนแรงอยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ร้อยละ 36.56 ระบุว่า สถานการณ์แย่ลง เมื่อถามถึงแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.24 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีความจริงจังในการปราบปรามปัญหาการค้ามนุษย์ รองลงมาร้อยละ 50.48 ระบุว่า การเพิ่มบท ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐหากตรวจพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาการค้ามนุษย์ ร้อยละ 27.76 ระบุว่า การสร้างเครือข่ายจากประชาชนในชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน และภาครัฐในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ ส่วนหน่วยงานที่ควรมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ส่วนใหญ่ ร้อยละ 64.24 ระบุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองลงมาร้อยละ 52.56 ระบุ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยละ 41.12 ระบุ ประชาชน ภาคประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน

Related Posts